MM-cover-คิดนอกกรอบ

การคิดนอกกรอบมีวิธีฝึกอย่างไร? นอกกรอบยังไงไม่ให้เจ๊ง [ครบถ้วนใน 5 นาที]

เราทุกคนต่างมองหาอะไรที่แตกต่างไปจากสิ่งที่เคยทำ ด้วยการคิดและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างไป แน่นอนว่ามันสร้างผลลัพธ์ใหม่ๆ ที่จะทำให้เราได้พบกับความท้าทาย การแก้ไขปัญหา ความตื่นเต้น ไปจนถึงการค้นพบสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน จนสร้างความสำเร็จให้กับคุณได้

จากรายงาน 2020 Workplace Learning Trends Repost ได้จัด 10 อันดับทักษะทางสังคม หรือ Soft Skills ที่จำเป็นสำหรับการทำงานไว้ 1 ในนั้นคือทักษะ “ความคิดสร้างสรรค์” (Creativity) นั่นหมายความว่าสายงานไหนๆ  ก็กำลังมองหาคนที่มีทักษะคิดสร้างสรรค์มาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของ “การคิดนอกกรอบ” 

ในบทความนี้มาเริ่มฝึกฝนการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ และนำไปใช้งานได้จริง เมื่อคุณได้นำทักษะนี้ไปฝึกอยู่เรื่อยๆ จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในอาชีพอย่างแน่นอน

การคิดนอกกรอบคืออะไร?

หลายๆ ครั้งมักจะมีคนบอกว่า “การคิดนอกกรอบ” เป็นความคิดที่สวนทางกับวิธีคิดที่เป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเป็นวิธีคิดที่เรามักถูกพร่ำสอนมา เพราะการคิดนอกกรอบมักจะแปลกใหม่ แหวกขนบ หรือเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคิดจะทำ หรือกล้าที่จะทำ ทำให้ดูล้ำหน้า และไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ 

แต่หากลองมองดูให้ดีแล้ว การคิดนอกกรอบเป็นเพียงวิธีการคิดที่จะทำให้เราได้ค้นหาวิธีการใหม่ๆ ที่แตกต่างจากเดิม เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาเพียงเท่านั้นเอง

อย่างที่ ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน (Edward De Bono) ผู้เป็นทั้งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยชื่อดัง เป็นทั้งแพทย์ และยังเป็นผู้คิดค้นเทคนิคการคิดสร้างสรรค์ที่โด่งดัง และได้รับการยอมรับไปทั่วโลกอย่างแนวคิด Lateral Thinking หรือแนวคิดกลยุทธ์การคิดสร้างสรรค์ โดยกล่าวไว้ในบทความ Edward de bono’s quotes & Learning Points ว่า

“Repairing the leaks in an old boat will not build a new one. “ หรือ “การอุดรูรั่วในเรือลำเก่า ไม่ได้สร้างให้เกิดเรือลำใหม่ขึ้นมา” 

ซึ่งเปรียบเหมือนกับว่าเมื่อเราเจอปัญหาในการทำงานอยู่หากเรามัวแต่อุดรูรั่วเดิมๆ ใช้เวลาไปกับการแก้ปัญหา จะทำให้เราไม่ได้ทำอะไรขึ้นมาใหม่เลย 

ดังนั้นแล้วเราจึงต้องเพิ่มเป้าหมาย คิดพัฒนา และปรับปรุงสิ่งเดิมให้ดี และสร้างสิ่งใหม่ด้วยวิธีการใหม่ๆ แต่ที่สำคัญของการคิดนอกกรอบคือต้องมีเป้าหมายชัดเจน ไม่ล้มเลิกกลางคัน แม้จะมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางคุณก็ตาม

อะไรคือการคิดนอกกรอบที่ดี?

เมื่อ “คิดนอกกรอบ” แล้ว คงไม่มีคำจำกัดความไหนที่ดีและตรงตัว เพราะความคิดนอกกรอบคือการมองหาวิธีการต่างๆ มาแก้ไขปัญหาอย่างไร้กฎเกณฑ์ ดังนั้นแล้วหากเราได้ค้นพบผลลัพธ์ของการคิดนอกกรอบที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีหรือไม่ดีก็ตาม นั่นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นการคิดนอกกรอบที่ดีแล้ว เพราะคุณสามารถก้าวผ่านกฎเกณฑ์และหลุดออกไปนอกกรอบเดิมๆ ได้

วิธีฝึกการคิดนอกกรอบ

เราได้รวมเอา 6 วิธีคิดนอกกรอบมาแนะนำ ซึ่งเป็นวิธีการง่ายๆ ที่หลายคนยังมองข้ามไป ลองเรียนรู้และนำเอาวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ เพื่อสร้างวิธีการคิดนอกกรอบตามแบบฉบับที่เป็นคุณเอง 

1. ตั้งคำถามกับสิ่งที่เจอในทุกวัน

หากมองไปรอบตัวจะเห็นได้ว่ามีสิ่งของต่างๆ ที่ถูกสร้างมาด้วยความคาดไม่ถึง หรือถูกสร้างมาเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากความคิดนอกกรอบ โดยมีวิธีคิดเริ่มต้นจากความไม่น่าเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ที่ถูกสร้างมาเพื่อใช้ทดแทนแรงของสัตว์ในการเดินทาง, หลอดไฟที่สร้างมาเพื่อให้ผู้คนมองเห็นแสงสว่างในความมืด

ดังนั้นหากเราลองตั้งคำถามกับสิ่งที่เราเจอได้ในทุกวัน คุณจะพบว่าในทุกๆ อย่างมักมีความคิดนอกกรอบที่คุณคาดไม่ถึงมาก่อน โดยอาจจะเริ่มจากลองปรับมุมมองของตัวเองก่อน เช่น ลองคิดว่าถ้าเราต้องการทำ (หรือแก้ไข) สิ่งนั้นๆ เราจะใช้วิธีการไหนดี 

2. ช่างสังเกต จดจำ        

จุดเริ่มต้นที่ดีของการคิดนอกกรอบคือการหมั่นสังเกต จดจำเรื่องที่เราเจอในแต่ละวัน หรือลองสังเกตจุดเปลี่ยนต่างๆ เพราะไม่แน่ว่ามันอาจทำให้เราสามารถนำมาปรับใช้ได้กับวิธีคิดของเราในภายหลัง

3. คุยกับคนใหม่ๆ

ลองเปิดประเด็น ตั้งคำถาม หรือพูดคุยกับคนที่คุณไม่ค่อยได้คุย คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาของคุณในขณะนั้น หรือคนที่คุณไม่เคยเจอมาก่อน รู้ไหมว่าคนเหล่านั้นจะมักจะช่วยจุดประกายความคิดให้คุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะอย่าลืมว่าคนที่อยู่นอกปัญหา มักจะมองปัญหาที่คุณต้องการแก้อย่างไม่กลัว หรือไม่มีข้อขัดแย้งแน่นอน ซึ่งนั่นอาจจะทำให้คุณได้แนวคิดใหม่ๆ มาปรับใช้ในการคิดนอกกรอบได้

4. ไม่ตีกรอบความคิดตัวเอง 

ลองมองโลกในความคิดที่แปลกไปจากเดิม ไม่มองว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ หรือทำไมถึงไม่เป็นอย่างนี้ ให้หยุดกำหนดความคิดของตัวเองให้เป็นแบบที่ควรเป็น แต่ควรมองหาสิ่งใหม่ๆ อย่างไร้กฎเกณฑ์ หรือไร้ขอบเขต โดยคิดไว้ตลอดว่า “ความคิดนอกกรอบ อะไรก็เป็นไปได้เสมอ”

5. ไม่ทำแบบเดิม

เมื่อใดก็ตามหากเราคิดว่าแบบนี้ที่เคยทำก็ดีอยู่แล้ว.. ทำไมถึงไม่ทำแบบเดิมล่ะ? นั่นจะทำให้คุณอยู่กับความคิดแบบเดิมๆ แต่แนะนำว่าให้ลองคิดใหม่ว่ามันควรจะพัฒนา หรือต่อยอดให้ดีกว่าเดิมอย่างไรบ้าง ดังนั้นหากที่ผ่านมาเราเคยเดินทางตรง ให้ลองเดินอ้อม เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวานิดหน่อย คุณอาจจะพบระหว่างทางที่คุ้มค่ากว่าเดิมก็เป็นได้

6. อย่ากลัวที่จะคิดนอกกรอบ

หลายๆ ครั้งเมื่อได้ยินคำว่าคิดนอกกรอบ และลองคิด ลองทำในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยคิด และทำมาก่อน เรามักจะกังวลว่าสิ่งที่เราคิดจะเป็นไปได้ไหม? คนอื่นจะเห็นด้วยหรือเปล่า? นั่นกลายเป็นว่าจะทำให้เราไม่กล้าที่จะคิดนอกกรอบ ทำให้สุดท้ายเราหมกมุ่นและลงท้ายด้วยความคิดแบบเดิมๆ ที่ได้ผลลัพธ์แบบเดิมๆ ดังนั้นเมื่อไหร่ที่คุณเริ่มคิดนอกกรอบ ให้คิดไว้เสมอว่าความคิดนอกกรอบ ไม่มีผิดหรือถูกให้คุณต้องกังวล 

จะคิดนอกกรอบยังไงไม่ให้เจ๊ง?

เชื่อว่าหลายคนกังวลเมื่อเราต้องออกนอกเส้นทาง หรือจากขนบที่เคยมีมา มักจะตั้งคำถาม และตั้งความกลัวไว้แล้วว่ากลัวที่จะพลาด กลัวที่จะไม่ประสบความสำเร็จหรือเจ๊งไม่เป็นท่า แล้วจะทำยังไงให้วิธีคิดนอกกรอบไม่ให้เจ๊ง แต่กลายเป็นว่าเจ๋งแทน!

1. มองหาทางเลือกใหม่ มีแผนสำรองไว้เสมอ

ทุกคนย่อมมีทางเลือกหลายทางให้เลือกเดิน เมื่อก้าวพลาดแล้ว คุณสามารถย้อนกลับมาเดินได้ใหม่ อย่างที่ทันตแพทย์สม สุจีราได้เขียนในหนังสือคิดแบบอัจฉริยะ ว่า ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน เคยกล่าวไว้ว่า

“มีไม่กี่ครั้งที่การคิดนอกกรอบจะประสบความสำเร็จ ดังนั้นจงคิดทางเลือกไว้หลายๆ ทาง คิดนอกกรอบไว้หลายๆ แบบ แต่ถ้ามีเพียงครั้งเดียวที่ประสบความสำเร็จ ผลของมันก็คุ้มค่าที่สุด”

ดังนั้นให้คุณเตรียมทางเลือกใหม่ หรือแผนสำรองไว้ เพราะความคิดนอกกรอบมักจะเป็นความคิดที่ยังไม่เคยมีใครทำ สิ่งที่คุณกำลังจะทำไม่เคยมีใครบอกไว้ หากทำแล้วผิดพลาด ก็ยังสามารถที่จะเลือกเส้นทางใหม่ได้

2. ทดลองก่อนลงมือ

หากคุณกังวลใจที่จะเริ่มทำในสนามจริง ให้ทดลองทำในสนามเล็กก่อน เพื่อที่จะได้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด

3. หาแนวร่วม

ถ้าคุณต้องการความมั่นใจ เพื่อยืนยันวิธีคิดนอกกรอบของตัวคุณเอง อาจจะเริ่มจากสำรวจความคิดเห็นจากคนอื่นเพิ่มเติมว่าวิธีการของคุณคนอื่นคิดเห็นอย่างไรบ้าง

4. ลองอีกแบบ มองอีกมุมให้รอบด้าน

“ถ้าเป็นคนนี้.. เขาจะคิดหรือทำอย่างไรนะ?” 

เป็น 1 ในแนวคิดที่น่าสนใจของ ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน คือทฤษฎีหมวก 6 ใบ (Six Thinking Hats) ที่ให้เราลองสวมบทบาทเป็นคนอื่น และลองคิดดู เพื่อให้ได้ความคิดสร้างสรรค์ที่ครอบคลุม รอบด้าน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะ ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน เชื่อว่าในแต่ละวันตั้งแต่ตื่นนอน ทุกคนจะต้องมีการคิดเรื่องอื่นๆ ที่แตกต่างกัน 

ดังนั้นหมวกจึงมี 6 ใบ 6 สี เพื่อเป็นตัวแทนความคิดในแต่ละแบบ เช่น หมวกสีขาวมองตามข้อเท็จจริง อย่างเป็นกลาง หรือหมวกสีแดงที่เป็นสีที่แสดงอารมณ์ความรู้สึก ทำให้เราสามารถบอกได้ว่าชอบ หรือไม่ชอบ โดยเกิดจากอารมณ์โดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่หากคุณกำลังกังวลวิธีคิดนอกกรอบ ก็ลองสวมหมวกทุกใบ และเปลี่ยนวิธีคิดไปตามหมวกดู จะทำให้คุณกล้าคิดได้มากขึ้น

สรุปท้ายบทความ

การคิดนอกกรอบนอกจากจะสร้างความท้าทายให้คุณคิดอย่างสร้างสรรค์ กล้าก้าวข้ามผ่านกรอบความคิดแบบเดิมๆ แล้ว ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้คุณกล้ายอมรับความผิดหวัง กล้าตัดสินใจ และสนุกกับความคิดใหม่ๆ ที่ใครยังไม่เคยทำ

ดังนั้นแม้ว่าความคิดนอกกรอบ หรือ Think outside the box ของคุณจะเป็นกล่องแบบไหน ก็อย่าลืมที่จะเปิดกล่องของคุณเพื่อที่จะได้พบความคิดใหม่ๆ ที่หลุดออกจากกรอบ และนอกกล่อง เพราะในตอนนี้ และในอนาคตความคิดสร้างสรรค์ และการคิดนอกกรอบคือทักษะสำคัญที่องค์กร และธุรกิจในปัจจุบันจะต้องการคุณแน่นอน