MM-cover-การพัฒนาตนเอง

10 เคล็ดลับการพัฒนาตนเองในยุค New Normal [วิกฤตไหนก็อยู่รอด]

หากกล่าวถึงบทเรียนอันล้ำค่าประจำปี 2563 คงต้องยกให้กับวิกฤตการณ์ COVID – 19 หรือ การแพร่ระบาดโคโรน่าไวรัส ที่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แก่มวลมนุษย์ทั่วโลก และผลกระทบวงกว้างต่อธุรกิจแทบทุกวงการ จึงต้องเกิดการปรับตัวเข้าสู่ “ยุค New Normal” เพื่อให้การใช้ชีวิตและภาคธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ในบทความนี้มาเริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาตนเองในยุค New Normal เพื่อให้คุณได้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก และนำไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิต รวมถึงเป็นไอเดียเพื่อนำไปต่อธุรกิจของคุณให้รอดพ้นจากวิกฤต

เตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ยุค New Normal   

New Normal เป็นการดำเนินชีวิตรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากอดีต เพราะผลกระทบจากบางสิ่ง จนทำให้แนวทางการปฏิบัติที่สังคมคุ้นเคย ต้องแปรเปลี่ยนไปสู่วิถีใหม่ภายใต้หลักการใช้ชีวิตใหม่ที่ไม่คุ้นเคย 

ซึ่งประกอบด้วย

  • วิธีคิด 
  • วิธีเรียนรู้
  • วิธีสื่อสาร 
  • วิธีปฏิบัติและการจัดการ 

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID – 19 ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง จนเกิดเป็นผลกระทบครั้งใหญ่ในทั่วโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจเข้าสู่ขั้นวิกฤตด้วยเช่นกัน และเหตุนี้จึงทำให้องค์กรต่างๆ มีความตื่นตัวมากขึ้นที่จะเร่งพัฒนาตนเองให้อยู่รอดในรูปแบบของ New Normal

New Normal สร้างความเปลี่ยนแปลง

ในเชิงการตลาดแล้ว พฤติกรรมของผู้บริโภคถือว่าเป็นเรื่องยากที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ด้วยวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่อย่าง COVID – 19 นั้นบีบให้โลกต้องปรับตัวไปจากเดิม ทั้งมาตรการและชุดความคิดการรับมือกับการแพร่ระบาดครั้งนี้ 

ส่งผลต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตาม 5 หมวดดังนี้

1. โลกถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 

แรงงานคนจะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งจะกระทบโดยตรงกับแรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ เพราะนอกจากคนจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีแล้ว การทำงานที่บ้าน (Work From Home) จะยิ่งทำให้นายจ้างทราบว่าแท้จริงแล้วธุรกิจของตนต้องการแรงงานที่แท้จริงมากน้อยเพียงใด

2. การซื้อขายออนไลน์จะเติบโตขึ้นอย่างมาก 

เทคโนโลยีจะเชื่อมให้ผู้ผลิตต้นทางติดต่อโดยตรงกับผู้ซื้อปลายทางได้ง่ายขึ้น พ่อค้าคนกลางจะถูกลดบทบาทความสำคัญลง ซึ่งตลาดออนไลน์และการส่งสินค้าจะยิ่งเติบโตขึ้น 

3. การซื้อสินค้าและบริการด้วยเหตุผล 

เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้เศรษฐกิจฝืดเคือง ผู้คนจึงตระหนักถึงสิ่งที่มีความจำเป็นในชีวิต และเลี่ยงสิ่งที่ฟุ่มเฟือยมากขึ้น ดังนั้นการจับจ่ายใช้สอย หรือการเลือกใช้การบริการของผู้บริโภคในปัจจุบันจะคำนึงถึงเหตุผลมากกว่าอารมณ์ 

4. สังคมปลอดเชื้อ 

มาตรการป้องกันและตรวจหาเชื้อโรคเพื่อป้องกันการระบาดของโรคอื่นๆ ในอนาคต รวมไปถึงการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อในสถานที่สาธารณะที่มีความเข้มข้นขึ้น เพื่อส่งเสริมการยับยั้งความรุนแรงของโรคระบาด

5. การให้การบริการจะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น 

บริการนวด การเสริมสวย การพบแพทย์หรือรับยาออนไลน์ จะมีถูกควบคุมมากขึ้น โดยผ่านการนัดหมายเวลา ในการเข้าใช้บริการเพื่อลดความเสี่ยงในการรวมตัวกันจะถูกลดโดยการนัดหมายด้วยเทคโนโลยี

ตัวอย่างรูปภาพการพัฒนาตนเอง

วิกฤตการณ์นี้ทำให้ทาง PwC มีการคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตไว้ว่าช่วงต้นปี 2030 ระบบการทำงานของภาครัฐจะถูกแทนที่ด้วย Automation มากขึ้นถึง 30% เพื่อสร้างความมั่นคงและฟื้นฟูศักยภาพเศรษฐกิจ หลังวิกฤตการณ์ New Normal ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลให้ตลาดแรงงานต้องเตรียมการตั้งรับกับ Future Shock ที่ตามมา

10 เคล็ดลับการพัฒนาตนเองในยุค New Normal

หลายองค์กรต้องปรับกลยุทธ์การสรรหาครั้งใหญ่ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยทบทวนถึงทักษะและคุณลักษณะที่สำคัญของพนักงานที่องค์กรต้องการจริงๆ ซึ่งแน่นอนว่าทักษะที่องค์กรต้องการ ทั้งก่อนและหลัง COVID – 19 ย่อมต่างไปจากเดิม

เพื่อให้คุณและเหล่ามนุษย์เงินเดือนได้รักษาเก้าอี้ของตนไว้ได้ เราจึงนำเคล็ดลับการพัฒนาตนเอง ที่ช่วยเสริมทักษะให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น รับรองได้ว่าไม่ว่าจะพบกับวิกฤตไหนก็อยู่รอดแน่นอน 

1. พัฒนาตนเอง ด้านทักษะทางดิจิตอล (Digital Skill)

หลายองค์กรมีการปรับตัวสู่ดิจิทัลมากขึ้น ส่งผลให้ทักษะทางด้านดิจิทัลเป็นที่ต้องการขององค์กรในปัจจุบัน ดังนั้นการหาคอร์สเรียนรู้ทักษะนี้เพิ่มเติมจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวคุณเอง และช่วยให้คุณปรับตัวสู่ความปกติใหม่ (New Normal) ได้ง่ายยิ่งขึ้น 

2. พัฒนาตนเอง ด้านความยืดหยุ่นและการปรับตัว (Resilience & Adaptability)

อีกทักษะที่เป็นที่ต้องการมากคือความสามารถในการยืดหยุ่นและการปรับตัว คุณต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยแสดงถึงทัศนคติที่เปิดกว้าง พร้อมที่จะยืดหยุ่นไปกับองค์กรในการปรับตัวสู่ความปกติใหม่ (New Normal) และมองหาโอกาสที่ซ่อนอยู่เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสให้ได้ 

3. พัฒนาตนเอง ด้านความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

วิธีการทำงาน หรือวิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมอาจใช้ไม่ได้อีกต่อไปในยุค New Normal ดังนั้นความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นอีกทักษะที่จำเป็นในการหาไอเดียการแก้ปัญหา กล้าที่จะคิดนอกกรอบ แล้วนำความรู้ที่มีอยู่มาคิดต่อยอดให้เกิดความสำเร็จ

4. พัฒนาตนเอง ด้านอารมณ์ (Emotional intelligence)

ผู้ที่สามารถบริหารจัดการอารมณ์ตัวเองได้ดีในภาวะวิกฤต จะไม่ทำให้ปัญหาที่มีอยู่ใหญ่ขึ้น แต่จะทำให้ปัญหาที่มีอยู่นั้นเล็กลง โดยใช้ความฉลาดทางอารมณ์ทำความเข้าใจผู้อื่น เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหา ซึ่งทักษะนี้จะช่วยให้งานเป็นไปอย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพ 

5. พัฒนาตนเอง ด้านการเรียนรู้ และการแก้ปัญหาซับซ้อน (Learning Agility & Complex Problem Solving)

ทักษะด้านการเรียนรู้จึงไม่มีวันหมดอายุ เพราะสิ่งใหม่ๆ นั้นเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา คุณจึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาทักษะนี้อยู่เสมอ นอกจากจะเสริมศักยภาพการทำงานของคุณเพื่อองค์กรแล้ว สิ่งนี้จะเป็นสมบัติติดตัวคุณไปยังอนาคตได้อีกด้วย นอกจากนี้ความรู้ใหม่ๆ ที่ได้รับมาจะช่วยให้คุณแก้ไขปัญหาซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำความรู้มาต่อยอดเพื่อคลี่คลายปัญหานั้นเอง

6. พัฒนาตนเอง ให้มีความคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการตัดสินใจ (Critical Thinking & Decision-making)

การคิดเชิงวิเคราะห์และเลือกตัดสินใจ เป็นอีกทักษะที่สำคัญในการพัฒนาตนเอง เพราะจะช่วยให้คุณย่อยข้อมูลที่คุณรับมา ให้เหลือเพียงข้อมูลสำคัญ และเลือกนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7. พัฒนาตนเอง ด้านการสื่อสาร และการร่วมงานกับผู้อื่น (Communication & Collaboration)

การสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่นย่อมมีในทุกองค์กร ดังนั้นการพัฒนาตนเองในทักษะด้านการสื่อสาร การนำเสนอความคิดเห็นต่อผู้อื่นจึงเป็นอีกความจำเป็นที่ควรมี หากคุณไม่สามารถถ่ายทอดสารที่มีอยู่ได้สำเร็จ การทำงานจะไม่มีทางราบรื่นได้อย่างแน่นอน

8. พัฒนาตนเอง ในเรื่องความชัดเจน (Clarify)

ในยุคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะในระบบองค์กร สภาพแวดล้อม หรือตัวบุคคล จะส่งผลให้เกิดความสับสนต่อการตัดสินใจ ดังนั้นความชัดเจน จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญ ในการทำงานที่จะทำให้การตัดสินใจของคุณ ทันต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งคุณสามารถลดความซับซ้อนเพิ่มความชัดเจนให้ตัวเองได้ ดังนี้

  • การจัดระบบให้เรียบง่าย (Simplify) – ลดความซับซ้อน และเน้นประเด็นหลัก 
  • ตระหนักรู้ (Awareness) – ใช้ประสบการณ์ในการทำงานตัดสินใจ
  • การคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) – การมีมุมมองแบบองค์รวม จะทำให้คุณแยกย่อยส่วนต่างๆ และเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

9. พัฒนาตนเอง ด้านความว่องไวต่อการเปลี่ยนแปลง (Agility) 

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเราจึงต้องเร่งปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเรื่องการตัดสินใจ การพัฒนาการทำงานในด้านต่างๆ หากคุณมีความว่องไวพร้อมสติและความเฉียบขาดในการตัดสินใจ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณตั้งรับกับเหตุการณ์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่เป้าหมายและวิสัยทัศน์ต่างๆ ยังคงอยู่

10. พัฒนาตนเอง ด้านการบริหารจัดการคน (People Management) 

เมื่อคุณมีการพัฒนาทักษะการร่วมงานกับผู้อื่นได้อย่างดีแล้ว ส่วนต่อมาที่คุณจำเป็นที่จะต่อยอดให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมากที่สุด นั่นคือการบริหารคนให้ตรงกับงาน สิ่งนี้จะเติมแรงจูงใจให้คุณและผู้ร่วมงาน สามารถสร้างผลงานได้ดีแม้จะตกอยู่ในสภาวะวิกฤตก็ตาม

สรุปท้ายบทความ

การปรับตัวเข้าสู่ยุค New Normal ไม่ใช่เพียงแค่การดำรงชีวิตให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อเท่านั้น ผู้คนต้องก้าวไปข้างหน้าเพื่อฟื้นฟูศักยภาพทางเศรษฐกิจ และธุรกิจด้วยเช่นกัน เราทุกคนจำเป็นต้องมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อรักษาเก้าอี้ประจำตำแหน่งไว้ ตามเคล็ดลับข้างต้น 

นอกจากนี้คุณเองก็สามารถเรียนรู้วิธีการปรับตัวกับ Whole Brain® Thinking ด้วยหลักสูตรที่สอดคล้องต่อแนวคิดการพัฒนาตนเองให้เข้ากับยุคสมัย ที่จะช่วยเสริมให้คุณตั้งรับช่วง Digital Age ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ