MM-cover-เทคนิคการฝึกสมอง

10 เทคนิคการฝึกสมองง่ายๆ แต่ได้ประสิทธิภาพ [ใครๆ ก็ฉลาดได้]

หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “ไม่มีใครแก่เกินที่จะเรียนรู้” ขึ้นอยู่กับว่าเราพร้อมที่จะเปิดรับและแสวงหาความรู้อยู่ตลอดหรือไม่ เพราะสมองของคนเรามีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิต (Neuroplasticity) โดยเมื่อมีการฝึกฝนสมองอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เซลล์สมองมีการสร้างขึ้น ปรับตัว และเติบโตอย่างสม่ำเสมอ

ในบทความนี้เราได้รวบรวม 10 เทคนิคฝึกสมองแบบง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของสมอง ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

เข้าใจสมองก่อนจะฝึกฝน

โครงสร้างของสมอง (Brain) นั้นมีหน้าที่และการทำงานที่ซับซ้อน ก่อนจะเริ่มฝึกสมองเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพความจำ คุณจะต้องเข้าใจกลไกการทำงานของสมองเบื้องต้นก่อนว่าเป็นอย่างไร 

ตามโครงสร้างการทำงานของสมองถูกตีแผ่เป็นภาพใหญ่ โดยมีหน้าที่หลักคือการชักจูงร่างกายให้เป็นไปตามที่สมองคิด และสั่งการด้วยสิ่งเร้าต่างๆ ที่กระตุ้นให้ร่างกายมีการตอบสนอง ซึ่งพฤติกรรมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความซับซ้อนของสมองที่ประกอบด้วยเซลล์จำนวนนับแสนล้าน แตกแขนงและเชื่อมต่อกันเป็นร่างแหขนาดใหญ่ ทำให้สมองของเรามีความสามารถในพัฒนาศักยภาพทั้งหลายแขนงอย่างไม่หยุดพัก

เพราะอะไร “หัวกะทิ” จึงเป็นฉายาที่ได้รับไม่ทั่วถึง?

คุณคงเคยได้ยินมาบ้างกับฉายาวัยเด็กของผู้ทำคะแนนสูงอย่าง “เด็กหัวกะทิ” ในเมื่อเรามีสมองเหมือนกันแล้วเหตุใด เด็กที่ได้รับสมญานามนี้ถึงมีน้อยนัก? 

คำตอบคือ ศักยภาพสมองของแต่ละคนมีไม่เท่ากันนั่นเอง แม้เราจะใช้งานไปพร้อมๆ กับเพื่อนในห้องเรียนหรือที่ทำงาน ใช่ว่าสิ่งที่รับรู้จะเท่ากันเพราะประสิทธิภาพการทำงานของสมองแต่ละคนมีลิมิตที่แตกต่าง แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นหัวกะทิไม่ได้

คุณเคยสังเกตกระบวนการคิดของเด็กหัวกะทิที่เราเคยเจอในห้องเรียนไหม? กลุ่มคนเหล่านี้จะมีทักษะและเทคนิคการคิดต่างๆ ที่ว่องไวจนเราต้องรู้สึกว้าวกับความฉลาดตรงหน้า ถ้าลองสังเกตดีๆ คุณจะรู้ได้เลยว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีการฝึกสมองอย่างหนักและสม่ำเสมอ ในการคิดวิเคราะห์โจทย์ต่างๆ คล้ายกับร่างกายของเราที่ยิ่งออกกำลังกายก็จะยิ่งส่งผลให้ร่างกายนั้นแข็งแรง 

หากสมองได้รับการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะด้วยการคิดวิเคราะห์ หรือจินตนาการ ทั้งหมดนี้ทำให้สมองของคุณมีแนวโน้มที่จะพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น โดยที่ไม่เกี่ยวกับเพศหรือวัย 

3 ปัจจัยที่มีส่วนในการพัฒนาสมอง

ปัจจัยที่จะช่วยให้สมองพัฒนาได้ดีนั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 ข้อ ดังนี้ 

1. พันธุกรรม (Heredity)

การถ่ายทอดความฉลาดมาจากพ่อแม่ สมองของลูกจะมาจากการกำหนดของลักษณะทางพันธุกรรมในเซลล์ของพ่อแม่ ลูกจะมีความสามารถโดดเด่นที่ได้รับจากพ่อแม่

2. อาหาร (Food)

ปัจจัยสำคัญของการเจริญเติบโต ทั้งทางร่างกายและสมอง การกินอาหารที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัยจะช่วยพัฒนาสมองให้ฉลาดขึ้น 

3. สิ่งแวดล้อม (Environment) 

เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลอย่างมากสำหรับการพัฒนาของสมอง เมื่อเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีทุกอย่างจะช่วยส่งเสริมให้ได้รับการเรียนรู้เพิ่มขึ้น

10 เทคนิคการฝึกสมองง่ายๆ พร้อมให้คุณได้ฝึกสมองและพัฒนาตัวเอง

เทคนิคการฝึกสมองง่ายๆ

คุณเองก็สามารถพัฒนาระบบความคิดและสมองให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้ หากคุณเปิดใจพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง โดยมีวิธีการดังนี้

1. ฝึกสมองด้วยการจิบน้ำบ่อยๆ 

จิบน้ำบ่อยๆ ให้ครบวันละ 8 แก้ว เพราะสมองประกอบด้วย น้ำ 85 % ของเซลล์สมอง หากขาดน้ำอาจส่งผลให้การรับ-ส่งข้อมูลช้า และกลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออกได้ 

2. ฝึกสมองด้วยการฝึกหายใจลึกๆ 

เริ่มฝึกสมองด้วยหายใจเข้าลึกๆ เป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง คุณควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น หรือถ้านั่งทำงานนานๆ ก็ลองยืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายมากขึ้น เพื่อหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดเพิ่มขึ้น

3. ฝึกสมองด้วยการสั่งอาหารจากภาพ 

ควรฝึกสมองด้วยการกระตุ้นด้านการมองเห็น เช่น การสั่งอาหารจากภาพ เพราะความสามารถในการอ่านตัวหนังสือใช้สมองซีกซ้าย และความสามารถในการดูภาพใช้สมองซีกขวา เมื่อสมองส่วนนี้แข็งแรงก็จะส่งผลให้มีการวิเคราะห์ที่ดีและว่องไวขึ้น

4. ฝึกสมองด้วยการปรับความไม่ถนัด

การแปรงฟันด้วยมือที่ไม่ถนัดจะช่วยกระตุ้นสมอง ด้านความเข้าใจ เพราะร่างกายซีกขวาควบคุมโดยสมองซีกซ้าย และร่างกายซีกซ้ายควบคุมโดยสมองซีกขวา ดังนั้นการที่เราใช้มือข้างที่ไม่ถนัดจะทำให้เราพยายามทำความเข้าใจและพร้อมปรับตัว 

5. ฝึกสมองด้วยการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง ช่วยระบบการไหลเวียนของเลือดให้สูบฉีดและเอาไปเลี้ยงสมองได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงการเป็นอัลไซเมอร์อีกด้วย

6. ฝึกสมองด้วยลดความเครียด

ภาวะความเครียดทำให้การทำงานและการจดจำของสมองแย่ลง เพราะฉะนั้นเราควรผ่อนคลายทำจิตใจให้สงบบ้าง การนั่งสมาธิ หรือการเล่นโยคะเป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยให้จิตใจของคุณสงบ

7. ฝึกสมองด้วยการเล่นเกม

ทายคำ ต่อจิ๊กซอว์ สแครบเบิ้ล ซูโดกุ หมากรุก หมากฮอส หรือเล่นเกมที่ใช้ความคิดแนว Puzzle จะช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงาน และมีพัฒนาการตลอดเวลา 

8. ฝึกสมองด้วยการสลับของใช้

ลองสลับที่ตำแหน่งวางของใช้เพื่อให้สมองได้จดจำ ได้เดิน หรือเอื้อมหยิบในที่ที่ต่างจากเดิม เพื่อฝึกสมองและให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนได้ใช้งานเพิ่มขึ้น

9. ฝึกสมองด้วยการอ่านหนังสือออกเสียง 

ปกติคนเรามักอ่านหนังสือในใจ สมองส่วนที่จะใช้งานสำหรับการอ่านหนังสือออกเสียงจะไม่มีโอกาสได้ใช้ ลองฝึกสมองด้วยการอ่านออกเสียง เพื่อสลับหน้าที่ให้สมองส่วนนั้นได้ทำงาน

10. ฝึกสมองด้วยการลองเปลี่ยนเส้นทาง

หากเราเดินทาง ขับรถ หรือนั่งรถไปทำงานในเส้นทางเดิมทุกวัน อาจส่งผลให้สมองเฉื่อยชาเพราะความเคยชิน การลองเปลี่ยนเส้นทางเพื่อให้สมองได้คิดมากขึ้น กับสิ่งรอบตัวที่เปลี่ยนไป แถมยังได้ฝึกสมองในการจำเส้นทางใหม่ๆ ด้วย

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไม่มีการฝึกสมอง

แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากหยุดเรียนรู้เมื่อเราโตขึ้น John N. Morris ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยนโยบายสังคมและสุขภาพของสถาบันผู้สูงอายุในเครือฮาร์วาร์ดกล่าว “สุดท้ายแล้วทักษะการคิดของคนเราจะเสื่อมโทรมไป รวมไปถึงกระบวนการคิดและความทรงจำจะกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้น การฝึกสมองอย่างต่อเนื่องจะเป็นเพียงหนทางที่ดีที่สุดในการบำรุงสมอง”

สารอาหารที่ช่วยบำรุงสมอง

นอกจากกิจกรรมฝึกสมองที่จะช่วยให้ชะลอความเสื่อมถอยของสมองแล้ว ยังมีสารอาหาร และวิตามินหลากชนิดในอาหารที่ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท 

  • วิตามินบี 1 ข้าวไม่ขัดสี ไข่แดง ปลา ถั่วเหลือง
  • วิตามินบี 6 ไข่ เนื้อสัตว์ จมูกข้าว ข้าวโพด กล้วย
  • วิตามินบี 12 ไข่ เครื่องในสัตว์ นม เนื้อสัตว์อื่น ๆ ที่มีไขมันต่ำ
  • วิตามินซี กีวี่ ฝรั่ง มะละกอ ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง
  • วิตามินอี ผักคะน้า ผักโขม ถั่ว อัลมอนด์ น้ำมันรำข้าว ธาตุเหล็ก

ส่งท้ายบทความ

แม้ว่าความเก่งทางความคิด นั้นไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวคนเรามาอย่างเท่าเทียม แต่คุณสามารถเติมเต็มส่วนนี้ได้ด้วย การฝึกสมอง ที่มีหลายเทคนิคให้เลือกใช้ และพัฒนาศักยภาพ ไม่ว่าจะด้วยการฝึกด้วยตัวเอง หรือทดลองหาหลักสูตรการเข้าใจการทำงานของสมองอย่างถ่องแท้กับ Whole Brain® Thinking ที่จะส่งเสริมศักยภาพคุณให้ได้ใช้สมองอย่างเกิดประสิทธิภาพ และทำงานได้อย่างไร้ขีดจำกัด