Cover_บทความ_เทคนิคการเข้าสังคม

7 เทคนิคการเข้าสังคมที่ดีควรมีอะไรบ้าง? [ปรับใช้ได้ทันที]

การมีความรู้รอบด้าน และความสามารถเฉพาะทางติดตัวนั้น เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ให้มีศักยภาพต่อหน้าที่การงานมากยิ่งขึ้น และด้วยความที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม จึงส่งผลให้ทักษะการเข้าสังคมมีความจำเป็นไม่แพ้กัน เพราะการเข้าสังคมมีส่วนทำให้เรามีเครือข่ายสังคมที่กว้างขึ้น พร้อมสร้างโอกาสดีๆ ให้แก่ตัวเองได้ในอนาคต 

ทักษะในการเข้าสังคม (Social Intelligence) นั้นช่วยเสริม EQ (Emotional Quotient) แก่คุณ เมื่อนำทักษะในการเข้าสังคมนั้นมาประยุกต์ใช้ แม้ว่าการเข้าสังคมไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครก็ทำได้ แต่ไม่ได้ยากเกินกว่าที่จะเรียนรู้ ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับการควบคุมของบุคคลนั้นๆ ว่าต้องการพัฒนาตัวเองหรือไม่

หากคุณมีความมั่นใจและพร้อมจะผลักดันศักยภาพตัวเองให้เข้าสู่สังคม เพื่อเป็นสัตว์สังคมอย่างสมบูรณ์แบบ บทความนี้จะเป็นคู่มือพาคุณก้าวข้ามกำแพงสู่ความเป็นมืออาชีพของการเข้าสังคม ด้วยเทคนิคง่ายๆ ปรับใช้ได้ทันทีด้วยตัวคุณเอง 

ทักษะทางสังคมคืออะไร?

ทักษะทางสังคม (Social Skill) คือ การแสดงพฤติกรรม การพูด หรือการแสดงท่าทางในการสื่อสารกับผู้อื่นให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด 

ในปัจจุบันนี้ทักษะทางสังคมมีความแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม ความเชื่อ และทัศนคติของกลุ่มสังคม โดยแสดงออกผ่านคำพูด สีหน้า ท่าทาง ที่จะทำให้คุณตั้งรับต่อสถานการณ์ต่อจากนี้ของคนบุคคลที่ร่วมสร้างปฏิสัมพันธ์ด้วยได้ เช่น คุณยิ้ม คู่สนทนาจะยิ้มตอบกลับ เป็นต้น 

หากขาดทักษะทางสังคมส่งผลร้ายหรือไม่

รูปที่1_ภายในบทความเทคนิคการเข้าสังคม

ทุกคนจะเห็นได้อย่างชัดเจนถึงข้อดีในการเข้าสังคม คือการสร้างเครือข่าย (connection) ให้แก่ตัวเองในหลายๆ ด้าน และการมีทักษะการเข้าสังคมที่ดีจำเป็นต้องมีความกล้าเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งส่วนนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถสร้างได้อย่างเท่าเทียม

พอขาดความกล้า ก็จะสร้างความวิตกกังวลข้างในจิตใจ หลายคนรู้สึกไม่สบายใจที่ต้องถูกประเมินจากผู้อื่น ทำให้ความเชื่อที่มีต่อตัวเองลดลง และพร้อมหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม ซึ่งการมีความวิตกกังวลติดต่อกันเป็นมากกว่า 6 เดือน จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคุณ เช่น 

  • การทำงาน 
  • การเรียน 
  • ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง 

ดังนั้นทักษะการเข้าสังคมจึงมีความสำคัญที่ไม่ควรขาด แม้จะยากในระยะแรกสำหรับคนที่ไม่มีความมั่นใจ แต่ถ้าได้ลองปรับตัวทีละนิด เพิ่มความกล้าทีละหน่อย คุณจะสามารถก้าวข้ามความวิตกกังวลเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน

เราจะปรับตัวเข้าสังคมได้อย่างไร?

บุคลิกภาพของแต่ละบุคคลนั้น ถือเป็นด่านแรกในการเข้าสังคมเลยก็ว่าได้ คุณจะได้ไปต่อหรือไม่ในเครือข่ายนั้นๆ ก็ขึ้นอยู่กับการวางตัว และปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบสังคมนั้นๆ 

ดังนั้นพื้นฐานสำคัญของการเข้าสังคม จำเป็นต้องมีการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดี โดยใช้ 2 ปัจจัยในการเสริมศักยภาพเป็นหลัก ดังนี้

1. ภายในจิตใจ

สภาวะภายในจิตใจมีผลอย่างมากต่อการแสดงออก ดังนั้นการเสริมสร้างความมั่นใจ เป็นสิ่งสำคัญ และเริ่มได้จากตัวคุณเองที่ต้องรู้จักตัวเอง เข้าใจตัวเอง รู้จุดดี – จุดด้อยของตัวเองเป็นอย่างดี 

การพึ่งตัวเองในการทำสิ่งต่างๆ ส่งผลให้คุณมีความมั่นใจมากขึ้น และอีกสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึง คือ อย่าตำหนิตัวเองในความผิดพลาดมากเกินไป เพราะสิ่งนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้จะไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ แต่ก็ถือเป็นบทเรียนให้คุณได้ระวังในวันหน้า 

การเสริมสร้างความมั่นใจต้องอาศัยเวลา เมื่อคุณรู้จักตัวเองดีขึ้น รู้จักให้อภัยตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองมากขึ้น ทั้งหมดนี้จะยิ่งเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่คุณในการเข้าสังคมอย่างแน่นอน 

2. ปัจจัยภายนอก

การพัฒนาทักษะทางสังคม จะเกิดขึ้นเมื่อคุณมีโอกาสเข้าสังคมบ่อยๆ เช่น ไปงานสังสรรค์ต่างๆ ซึ่งคุณควรเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เข้าไปอยู่ในงานเหล่านั้นกับเพื่อนหรือคนรู้จัก เพื่อเรียนรู้การเข้าสังคมจากการสังเกต ว่าในงานนั้นเขาแต่งตัวอย่างไร เริ่มต้นบทสนทนาอย่างไร ต้องวางตัวอย่างไร 

และที่ควรจดจำมาเป็นทริค สำหรับการเข้าสังคมครั้งหน้าคือ ประเด็นพูดคุย หากใครเป็นมือใหม่หัดเข้าสังคม ทักษะแรกที่คุณทำได้คือ การเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังด้วยความตั้งใจ และหลังจากนี้ คุณจะมีทักษะการเข้าสังคม ที่เป็นตัวเองของตัวเองได้อย่างมีเสน่ห์ และเป็นธรรมชาติ

7 เทคนิคการเข้าสังคมที่ดีควรมีอะไรบ้าง

การปรับตัวเข้าสู่สังคมนั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของทุกคน เพียงเริ่มจากการพัฒนาบุคลิกภาพ โดยฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตามหาเทคนิคการเข้าสังคมที่เป็นตัวเอง และหากคุณต้องการทราบเทคนิคที่ใช้ได้จริง บทความนี้ก็พร้อมมอบวิธีดีๆ จากบุคคลที่มีประสบการณ์ในด้านทักษะทางสังคมจากเว็บไซต์ Quora มาเพื่อคุณ แต่ละเทคนิคจะเป็นอย่างไร มาดูกันเลย

1. มองตาคู่สนทนาเป็นเรื่องดี

การสบตากับผู้พูดหรือผู้ฟังนั้นสร้างความมั่นใจกับคุณอย่างแน่นอน อีกทั้งยังแสดงถึงความจริงใจที่คุณมีต่อคู่สนทนาอีกด้วย 

“คุณลักษณะที่มีสเน่ห์ดึงดูดมากที่สุดของคนเราคือ ความมั่นใจ แต่การแนะนำให้คนคนหนึ่งแสดงความมั่นใจออกไปตรงๆ อาจไม่ถูกต้องเสมอไป แล้วทางไหนล่ะถึงจะเป็นทางที่ดี? ลองหาวิธีที่จะแสดงออกได้ในทางอ้อมผ่านการมีปฏิกิริยาโต้ตอบนั่นก็คือ การสบตา”

ซึ่ง Brad Porter แนะนำว่า ให้เริ่มสร้างนิสัยนี้ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ได้ต้องฝึกฝนหรือใช้ทักษะพิเศษอะไรมาก

2. งดใช้สรรพนามแล้วเรียกชื่อ

มั่นใจได้เลยว่าคุณจะรู้สึกดี เมื่อมีคนมาทักทายคุณด้วยการเอ่ยชื่อ แต่ถ้าคุณจำชื่อคนไม่เก่ง ลองใช้วิธีจดชื่อ หรือใช้วิธีจำด้วยภาพที่สื่อถึงชื่อบุคคลนั้น ซึ่ง Howard Lee ได้ไกด์เทคนิคการจำไว้ว่า “พูดทวนชื่อของอีกฝ่ายในครั้งแรกที่รู้จักกันและทวนซ้ำอีกครั้งสองครั้งในหัวเพื่อให้จำได้ดีขึ้น”

3. รอยยิ้มสร้างความประทับใจ

การยิ้มนั้นมีพลังมากกว่าที่คุณคิด ไม่ว่าจะการยิ้ม หัวเราะ การคิดในแง่บวก หรือแสดงสีหน้าตามเรื่องที่คู่สนทนาได้สาธยาย การแสดงออกเหล่านี้สะท้อนว่าคุณให้ความสนใจโดยไม่ต้องพูดอะไร และการใช้ภาษาท่าทางประกอบ จะทำให้คนฟังสนใจคุณโดยไม่ต้องร้องขอ เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่นำไปใช้ได้หากคุณต้องการให้คนสนใจเรื่องที่คุณกำลังพูดอยู่

4. ตั้งใจฟัง เพื่อเป็นผู้ฟังที่ดี

“เรามี 2 หู 1 ปาก ดังนั้นเราควรที่จะฟังมากกว่าพูด” อีกหนึ่งคำแนะนำของ Mark Bridgeman ที่เราสามารถสร้างความประทับใจแก่คู่สนทนาได้อย่าง่ายได้ นอกจากนี้ คุณควรมีความกระตือรือร้นในการฟังรับฟังผู้อื่นด้วยความเคารพด้วยเช่นกัน เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกประทับใจในตัวคุณมากยิ่งขึ้น

คุณสมบัติของผู้ฟังที่ดีนั้น มีทั้งหมด 4 ขั้นตอนต่อไปนี้คือ 

  1. ฟัง 
  2. ตีความ 
  3. ประเมินค่า 
  4. ตอบสนองกับสิ่งที่ได้ฟัง 

นั่นหมายความว่าคุณควรตั้งใจฟัง เพื่อแปลความหมายสิ่งที่ได้ยินแล้วประเมินค่าเพื่อหาข้อสรุป จบด้วยให้การเสนอแนะเพื่อให้ชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่คุณได้ยินมา

5. ให้ความสนใจอย่างทั่วถึง

การให้ความสนใจผู้อื่นในวงสนทนา คือ การเปิดโอกาสให้คนอื่นได้แสดงความคิดเห็น และเป็นส่วนหนึ่งในวงสนทนา ซึ่งการพูดคุยนั้นควรตั้งถามคำถามปลายเปิด เพื่อให้บุคคลนั้นๆ มีส่วนร่วม ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะให้ความสนใจเขาอยู่ นอกจากนี้คุณยังจะได้รับความคิดเห็นรวมไปถึงสิ่งใหม่ๆ จากพวกเขาด้วยอีกด้วย

6. พูดเรื่องสบายหู ไม่ติเตียน

ใครๆ ล้วนอยากจะฟังแต่เรื่องราวดีๆ ทั้งนั้น การทำให้คนฟังยิ้ม หัวเราะ หรือมีความสุข จะยิ่งสร้างความประทับใจให้แก่ผู้สนทนามากยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการทำให้เขามีปฏิกิริยาร่วมด้วยได้ คุณต้องสังเกตการณ์ถึงความสนใจบุคคลนั้น และการติชมเกิดขึ้นได้เสมอในสังคม 

หากคุณเป็นคนพูดก็อย่าไปติคนอื่นในทางที่ไม่ดีเพื่อให้คู่สนทนาเสียกำลังใจเด็ดขาด และที่สำคัญคือ เป็นคนที่มีทัศนคติแบบนักเรียนเสมอ ลดอีโก้เพื่อรับฟังคำแนะนำจากผู้อื่นเสมอ และเป็นการรักษาเครือข่ายสังคมของเราเอาไว้ด้วย

7. ห้ามตัดสินผู้อื่นในทันที

ทุกคนจำเป็นต้องมีความเคารพผู้อื่นเสมอ บางครั้งเราอาจจะเจอคนดีๆ ที่เข้ามามอบโอกาสในเส้นทางอาชีพให้ได้ ดังนั้น อย่าพึ่งตัดสินใครจากการเจอกันครั้งแรก ภาพลักษณ์ภายนอก วุฒิการศึกษา หรือฐานะทางสังคม ลองเปิดใจสนทนากับบุคคลนั้น ไม่แน่ในอนาคตจเขาอาจจะกลายเป็นคนที่นำพาอนาคตที่ดีมากให้คุณก็เป็นได้                                

สรุปท้ายบทความ

ทักษะการเข้าสังคมถือว่าเป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิต ที่ทำให้หลายคนประสบความสำเร็จมาอย่างมากจากการนำไปประยุกต์ใช้ แต่ถ้าใครยังเริ่มต้นไม่ถูก หลักสูตร Whole Brain® Thinking  ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะช่วยเสริมสร้างหลักการคิดที่ส่งผลต่อการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพสูง 

การเข้าสังคมถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญต่อการสร้างเครือข่ายการทำงานให้เติบโตยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ รวมไปถึงบุคลิกภาพให้คุณในหน้าที่การงานอีกด้วย ซึ่งทักษะเหล่านี้คุณสามารถฝึกฝนได้ทุกวันจนกลายเป็นนิสัย อย่ารอช้าที่จะพัฒนาตนเอง เพราะอนาคตขึ้นอยู่กับเส้นทางที่คุณเลือก